วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

WEEK8 : Review Snapseed แอพแต่งรูปสุดเจ๋ง!!



    สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้งแล้วในweekที่8 ในวีคนี้เราจะมาแนะนำการใช้งานของแอพแต่งรูปที่เราชอบใช้ประจำค่ะ แอพพลิเคชั่นนี้ชื่อว่า "Snapseed" เนื่องจากฟีเจอร์แต่งรูปของแอพนี้มีเยอะมากๆแถมยังใช้งานง่าย เราก็เลยติดใจ แอพนี้เป็นแอพพลิเคชันแต่งภาพของ Nik Software, Inc. ที่โด่งดังบนแพลตฟอร์มของ iOS โดยได้รับรางวัล “iPad App of the Year 2011″ และ “Best Mobile Photo App 2012 (TIPA)” นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว 
ขอบคุณภาพจาก http://macradar.ru/wp-content/uploads/2013/11/blurred-walls-with-snapseed-00.jpg
    ซึ่งแอพพลิเคชันตัวนี้นอกจากจะมีอยู่บนแพลตฟอร์ม iOS หรือ Android แล้วยังมีเวอร์ชันบน Windows และ Mac อีกด้วย แต่เวอร์ชันบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์นั้นจะมีความพิเศษที่มี Built-in Google+ มาให้ด้วย ทำให้สามารถแชร์ภาพถ่ายให้เพื่อนๆ ดูทาง Google+ ได้ง่ายขึ้น

ตอนนี้ แอพพลิเคชั่นนี้มีถึง version 2.0.2 แต่ปัจจุบันเราใช้ version 1.6.3 เหตุเป็นเพราะเวอร์ชั่นใหม่นี้ต้องใช้ iOS 8.0 ขึ้นไป ซึ่งเรายังใช้ iOS 7 อยู่เลยอดไป (ฮื่อๆTT)
เอาละ เราจะเริ่มแนะนำวิธิการใช้แอพนี้แล้วนะคะ ไปเริ่มกันเลยยยย!!!
ขอบคุณภาพจากhttp://www.missioncatalyst.org/wp-content/uploads/2012/11/Start.jpg
    ก่อนจะเริ่มใช้งาน หากไม่มีแอพพลิเคชั่นนี้ก็สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี มีทั้งระบบ iOS และ Android ค่ะ
ขอบคุณภาพจาก http://appjeed.com/snapseed-by-google-for-ios-review/
เมื่อเปิดเข้าใช้งาน ก็จะเห็นหน้าตาหลักของแอพนี้เป็นแบบรูปด้านล่างค่ะ เราสามารถเลือกรูปภาพจากอัลบั้มในเครื่องหรือจะถ่ายรูปใหม่ก็ได้ 
ขอบคุณภาพจาก http://appjeed.com/snapseed-by-google-for-ios-review/
ประการแรกที่ต้องทราบและเข้าใจก่อน ก็คือ แอพนี้ ถ้าเราจะปรับค่าอะไร เช่น แสง สี โทน หรืออะไรก็แล้วแต่ ให้เราสัมผัสหน้าจอค้าง แล้วเลื่อนขึ้น-ลงในภาพนั้นๆ และ เมื่อจะเพิ่มหรือลดค่านั้นๆ ให้กดแทปเลื่อนไปทางซ้ายขวา


เครื่องมือแต่งภาพภายในแอพ

1.AUTOMATIC
   เครื่องมือนี้จะให้เราปรับค่าของ Contrast Correction กับ Color Correction โดยจะปรับค่าแบบออโต้ให้เราเลย แต่หากเราไม่พอใจ ก็สามารถที่จะปรับ 2 ค่านี้เองได้ค่ะ

2.SELECTIVE ADJUST
    นี่คือฟังก์ชันเด็ดที่ทำให้เเอพ SnapSeed สามารถปรับแต่งภาพถ่ายเฉพาะจุดได้ สิ่งที่จะปรับได้ คือ Brightness, Contrast และ Saturation โดยจะเน้นปรับเป็นจุดๆไป
ขอบคุณภาพจากhttp://review.thaiware.com/342.html

3.TUNE IMAGE
    เครื่องมือนี้จะปรับค่าให้กับทั้งภาพ (ต่างกับ Selective adjust) โดยเราจะปรับค่าได้ทั้ง Brightness, Ambiance, Contrast, Saturation, Shadow และ Warmth ฟีเจอร์อันนี้มีประโยชน์ และใช้งานง่ายมากๆ ค่ะ แถมยังทำให้ภาพสวยได้อย่างง่าย และเร็วอีกด้วย


4.STRAIGHTEN
ไว้ปรับมุมรูป หมุนรูป จะปรับหมุนกี่องศาก็ว่ากันไป วิธีใช้ คือ ใช้นิ้วแทปหมุนขึ้นลงบริเวณภาพ ก็จะปรับได้ครั้งล่ะ 10 องศา ถ้าจะปรับหมุนแบบเยอะๆก็ให้กดปุ่มลูกศรด้านล่างๆ ที่เป็นลูกศรชี้ลง
ขอบคุณภาพจาก http://appjeed.com/snapseed-by-google-for-ios-review/
5.CROP

ไว้ตัดภาพ ก็คล้ายๆกับในโปรแกรมพวก image editing ทั่วไป ตัดได้ ปรับได้ ย้ายไปมาได้ ที่พิเศษขึ้นมา คือ สามารถปรับขนาดอัตราส่วนที่จะตัดได้ (กล่อง 4 เหลี่ยมด้านล่างๆ) และปรับแนวตั้งสลับแนวนอนได้


6.DETAILS 


มีไว้ปรับค่า 2 ค่า คือ (1.) Sharpening และ (2.) Structure ทั้งสองค่าปรับตั้งค่าได้ตั้งแต่ 0 – 100 เป็นเครื่องมือที่ช่วยเราปรับแต่งรายละเอียดและความคมชัดของภาพ                                          

7.BLACK&WHITE

สามารถเเต่งภาพให้เป็นนภาพขาวดำสุดคลาสสิกได้ง่ายๆ และสามารถปรับ ความสว่าง, contrast และรายละเอียดเล็กๆ หรือพื้นผิว ของรูปภาพได้ด้วย




8.VINTAGE
 
เครื่องมือตัวนี้จะช่วยเปลี่ยนให้ภาพถ่ายธรรมดากลายเป็นภาพแนวภาพยนต์เก่าๆ แบบวินเทจ ซึ่งในชุดของฟิลเตอร์นี้มีมาให้เลือกถึง 9 สไตล์ ปรับ texture ได้ 9 แบบ นอกจากนี้ยังสามารถปรับความสว่าง ความอิ่มตัวของสี ปรับขอบภาพมืดแบบกล้องโลโม ทำให้สามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายในสไตล์ยุค 50, 60 หรือ 70 ได้หลากหลายตามแต่จินตนาการเลยทีเดียว



9.DRAMA

ปรับภาพแนว drama ตั้งค่า filter strength กับ saturation เหมาะกับพวกแนวท้องฟ้า
 

10.HDR SCAPE
   เป็นฟิลเตอร์ที่ช่วยให้ภาพถ่ายของคุณกลายเป็นภาพแบบ HDR ซึ่งจะเน้นความคมชัดของภาพค่ะ

11.GRUNGE

ทำให้ภาพถ่ายดูแปลกตาไปกับการปรับแต่ง texture ในสไตล์ต่างๆ ได้ 5 แบบ รวมทั้งความเข้มอ่อน และความอิ่มตัวของสี ความเปรียบต่างของแสงได้อีกหลายแบบ

                        


12.CENTER FOCUS


ฟิลเตอร์ลักษณะนี้มีอยู่ในหลายๆแอปที่ใช้ในการแต่งภาพ ซึ่งสามารถใช้เน้นให้ส่วนที่เป็นองค์ประกอบหลักของภาพมีความชัด และทำให้ส่วนอื่นๆ ของภาพมีลักษณะเบลอ


 13.TILT-SHIFT

ฟีเจอร์นี้เป็นการสร้างระยะชัดระยะเบลอให้กับภาพเหมือนเอฟเฟคค่ะ


14.RETROLUX



เป็นฟีเจอร์ที่จะปรับให้ภาพเราเป็นสเหมือนภาพเก่าคล้ายๆสไตล์วินเทจค่ะ


15.FRAMES

เป็นฟังก์ชันใส่กรอบภาพ ซึ่งสามารถปรับขนาดของขอบภาพได้ว่่าจะเอากรอบหนาหรือกว้างซักเท่าไหร่ แต่เท่่าที่ลองใช้ดูฟังก์ชันกรอบภาพยังไม่ใช่จุดเด่นของ Snapseed กรอบภาพไม่ได้มีหลากหลายให้เล่นเหมือนในแอปพวก Line Camera แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเราสามารถเอาภาพไปใส่กรอบด้วยแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้

แล้วเมื่อปรับแต่งภาพจนเป็นที่พอใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถกดเซฟรูปได้ที่มุมขวาบนได้เลย มันก็จะขึ้นให้เราเลือกว่า จะเซฟหรือจะแชร์ลงที่ไหน แค่นี้การแต่งภาพเจ๋งๆก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว ^^

สำหรับเราแล้ว หลังจากที่เราได้ใช้งานแอพนี้มานานมากกกกก เราอยากบอกว่าใครที่ยังไม่เคยได้ลองใช้นี่ถือว่าพลาดมากๆเลย ทั้งใช้งานง่ายและยังแต่งภาพได้อย่างหลากหลาย เพื่อนๆคนไหนที่ชอบการแต่งภาพก็อย่าลืมโหลดมาใช้ดูนะ :) เราแนะนำเลยๆ  สำหรับวันนี้เราก็ขอลาไปก่อนพบกันใหม่ในวีคหน้า สวัสดีจ้าาาาา บรัยๆ
b y บ า ย เ อ็ ม จี

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

WEEK7:คอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์


ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์



    ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือระบบเน็ตเวิร์ก คือ กลุ่มของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกนำมาเชื่อมต่อกันเพื่อให้ผู้ใช้ในเครือข่ายสามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในเครือข่ายร่วมกันได้

   ในปัจจุบันนี้ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร สถาบันการศึกษาและบ้านไปหมดแล้ว การใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ทั้งไฟล์ เครื่องพิมพ์ ต้องใช้ระบบเครือข่ายเป็นพื้นฐาน  

   ระบบเครือข่ายจะหมายถึง การนำคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปมาเชื่อมต่อกันเพื่อจะทำการแชร์ข้อมูล และทรัพยากรร่วมกัน เช่น ไฟล์ข้อมูลและเครื่องพิมพ์
เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบ่งออกตามการเชื่อมโยงได้เป็น 4 ชนิด

  1. เครือข่ายส่วนบุคคล หรือ แพน (Personal Area Network : PAN)
    เป็นเครือข่ายที่ใช่ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สายในระยะใกล้ เช่น เช่น Bluetooth ตัวอย่าง เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง PDA กับ Desktop โดยมีระยะทางไม่เกิน 1เมตร และมีอัตราการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงมาก (สูงถึง 480 Mbps) การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับเครื่องพีดีเอ เป็นต้น
  2. เครือข่ายเฉพาะที่ หรือ (Local Area Network : LAN)

    เป็นเครือข่ายขนาดเล็กซึ่งเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ในท้องที่บริเวณเดียวกันเข้าด้วยกัน เช่น ภายในอาคาร หรือภายในองการที่มีระยะทางไม่ไกลมากนัก เป็นต้น โดยคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะต่อเข้ากับอุปกรณ์เครือข่าย เช่น ฮับ สวิตช์ เป็นต้น ซึ่งอุปกรณ์เครือข่ายแต่ละตัวจะเชื่อมต่อกันโดยใช้สายตีเกลียวคู่ สายใยแก้วนำแสงหรือคลื่นวิทยุ และเครือข่ายแลนจะเชื่อมต่อถึงกันด้วยอุปกรณ์จัดเส้นทาง (router) การสร้างเครือข่ายแลนนี้แต่ละองค์กร สามารถดำเนินการเองได้ โดยการวางสายสัญญาณสื่อสารภายในอาคารหรือภายในพื้นที่ของตนเอง เครือข่ายแลนมีตั้งแต่เครือข่ายขนาดเล็กที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปภายในห้องเดียวกัน จนถึงเชื่อมโยงระหว่างห้องหรือองค์กรขนาดใหญ่ เช่น ภายในสำนักงาน ภายในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องที่เชื่อมต่อกัน สามารถส่งข้อมูลแลกเปลี่ยนกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และยังสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้อีกด้วย
  3. เครือข่ายนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network : MAN)
    เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงแลนที่อยู่ห่างกัน เช่น ระหว่างสำนักงานที่อยู่คนละอาหาร ระบบเคเบิลทีวีตามบ้านในปัจจุบัน เป็นต้น โดยมีลักษณะการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ที่มีระห่างไกลกันในช่วง 5-40 กิโลเมตร ผ่านสายสื่อสารประเภทสายใยแก้วนำแสงสายโคแอกเชียล หรืออาจใช้คลื่นไมโครเวฟ
  4. เครือข่ายวงกว้าง หรือแวน (Wide Area Network : WAN)  
    ระบบเครือข่ายกว้างไกล หรือเรียกได้ว่าเป็น World Wide ของระบบเน็ตเวิร์ก โดยจะเป็นการสื่อสารในระดับประเทศ ข้ามทวีปหรือทั่วโลก จะต้องใช้มีเดีย (Media) ในการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย  (lntegrated Service Digital Network สามารถส่งได้ทั้งข้อมูล เสียง และภาพในเวลาเดียวกัน) 

ลักษณะของเครือข่าย

    ในการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันสามารถแบ่งลักษณะของเครือข่ายตามบทบาทของเครื่องคอมพิวเตอร์ในการสื่อสารได้ดังนี้ 
  1. เครือข่ายแบบรับ-ให้บริการหรือไคลเอนท์/เซิร์ฟเวอร์ (client-server network)
        จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องให้บริการต่างๆ เช่น บริการเว็บ และบริการฐานข้อมูล การให้บริการขึ้นกับการร้องขอบริการจากเครื่องรับบริการ เช่น การเปิดเว็บเพจ เครื่องรับบริการจะร้องขอบริการไปที่เครื่องบริการเว็บ จากนั้นเครื่องให้บริการเว็บจะตอบรับและส่งข้อมูลกลับมาให้เครื่องรับบริการ ข้อดีของระบบนี้คือสามารถให้บริการแก่เครื่องรับบริการได้เป็นจำนวนมาก ข้อด้อยคือระบบนี้มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและการบำรุงรักษาค่อนข้างสูง
  2. เครือข่ายระดับเดียวกัน (Peer-to-Peer network : P2P network)
        เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องให้บริการและเครื่องรับบริการในขณะเดียวกัน การใช้งานส่วนใหญ่มักใช้ในการแบ่งปันข้อมูล เช่น เพลง ภาพยนตร์ โปรแกรม และเกม เครือข่ายแบบนี้เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตการใช้งานจะมีซอฟต์แวร์เฉพาะ เช่น โปรแกรม eDonkey, BitTorrent และ LimeWire ข้อดีของระบบแบบนี้คือง่ายต่อการใช้งาน และราคาไม่แพง ข้อด้อยคือไม่มีการควบคุมเรื่องความปลอดภัย จึงอาจพบว่าถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางไม่ถูกต้อง เช่น การแบ่งปันเพลง ภาพยนตร์ และโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

รูปร่างเครือข่าย 

    การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์รับส่งข้อมูลที่ประกอบกันเป็นเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงถึงกันในรูปแบบต่างๆ ตามลักษณะทางกายภาพที่เรียกว่ารูปร่างเครือข่าย (network topology) โดยทั่วไปรูปร่างเครือข่ายสามารถแบ่งออกตามลักษณะของการเชื่อมต่อได้ 4 รูปแบบคือ
  1. เครือข่ายแบบบัส (bus topology)
        เป็นรูปแบบที่มีโครงสร้างไม่ยุ่งยาก สถานีทุกสถานีในเครือข่ายจะเชื่อมต่อเข้ากับสายสื่อสารหลักเพียงสายเดียวที่เรียกว่า บัส (bus) การจัดส่งข้อมูลลงบนบัสจึงไปถึงทุกสถานีได้ ซึ่งการจัดส่งวิธีนี้ต้องกำหนดวิธีการที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกันเพราะจะทำให้เกิดการชนกัน (collison) ของข้อมูล โดยวิธีการที่ใช้อาจเป็นการแบ่งช่วงเวลาหรือให้แต่ละสถานีใช้คลื่นความถี่ในการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามเครือข่ายแบบบัส ไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบัสเพียงจุดเดียวก็จะส่งผลให้ทุกอุปกรณ์ไม่สามารถสื่อสารถึงกันได้เลย
  2. เครือข่ายแบบวงแหวน (ring topology)
        เป็นการเชื่อมแต่ละสถานีเข้าด้วยกันแบบวงแหวน สัญญาณข้อมูลจะส่งอยู่ในวงแหวนไปในทิศทางเดียวกันจนถึงผู้รับ หากข้อมูลที่ส่งเป็นของสถานีใด สถานีนั้นก็รับไว้ ถ้าไม่ใช่ก็ส่งต่อไป ซึ่งระบบเครือข่ายแบบวงแหวนนี้ สามารถรองรับจำนวนสถานีได้เป็นจำนวนมาก ข้อด้อยของเครือข่ายแบบวงแหวน คือ สถานีจะต้องรอจนถึงรอบของตนเอง ก่อนที่จะสามารถส่งข้อมูลได้
  3. เครือข่ายแบบดาว (star topology)
        เป็นการเชื่อมต่อสถานีในเครือข่าย โดยทุกสถานีจะต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลาง เช่น ฮับ (hub) หรือสวิตซ์ (switch) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อระหว่างสถานีต่างๆ ที่ต้องการติดต่อกัน ของดีของการเชื่อมต่อแบบดาว คือ ถ้าสถานีใดเสีย หรือสายเชื่อมต่อระหว่างฮับ/สวิตซ์กับสถานีใดชำรุด ก็จะไม่กระทบกับการเชื่อมต่อของสถานีอื่น ดังนั้นการเชื่อมต่อแบบนี้จึงเป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน
  4. เครือข่ายแบบเมช (mesh topology)
        เป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อที่มีความนิยมมากและมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากถ้ามีเส้นทางของการเชื่อมต่อคู่ใดคู่หนึ่งขาดจากกัน การติดต่อสื่อสารระหว่างคู่นั้นยังสามารถติดต่อได้โดยอุปกรณ์จัดเส้นทาง (router) จะทำการเชื่อมต่อเส้นทางใหม่ไปยังจุดหมายปลายทางอัตโนมัติ การเชื่อมต่อแบบนี้มักนิยมสร้างบนเครือข่ายแบบไร้สาย

ประโยชน์ของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีดังนี้

1. การใช้อุปกรณ์ร่วมกัน (Sharing of peripheral devices) 
    เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้ใช้ สามารถใช้อุปกรณ์ รอบข้างที่ต่อพ่วงกับระบบคอมพิวเตอร์ ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเครื่องพิมพ์ ดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอม สแกนเนอร์ โมเด็ม เป็นต้น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ที่มีราคาแพง เชื่อมต่อพ่วงให้กับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง
2. การใช้โปรแกรมและข้อมูลร่วมกัน (Sharing of program and data) 
    เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้โปรแกรม และข้อมูลร่วมกันได้ โดยจัดเก็บโปรแกรมไว้แหล่งเก็บข้อมูล ที่เป็นศูนย์กลาง เช่น ที่ฮาร์ดดิสก์ของเครื่อง File Server ผู้ใช้สามารถใช้โปรแกรมร่วมกัน ได้จากแหล่งเดียวกัน ไม่ต้องเก็บโปรแกรมไว้ในแต่ละเครื่อง ให้ซ้ำซ้อนกัน นอกจากนั้นยังสามารถรวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จัดเก็บเป็นฐานข้อมูล ผู้ใช้สามารถใช้สารสนเทศ จากฐานข้อมูลกลาง ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร ์ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องเดินทางไปสำเนาข้อมูลด้วยตนเอง เพราะใช้การเรียกใช้ข้อมูล ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์นั่นเอง เครื่องลูก (Client) สามารถเข้ามาใช้ โปรแกรม ข้อมูล ร่วมกันได้จากเครื่องแม่ (Server) หรือระหว่างเครื่องลูกกับเครื่องลูกก็ได้ เป็นการประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บโปรแกรม ไม่จำเป็นว่าทุกเครื่องต้องมีโปรแกรมเดียวกันนี้ในเครื่องของตนเอง
3. สามารถติดต่อสื่อสารระยะไกลได้ (Telecommunication) 
    การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เป็นเครือข่าย ทั้งประเภทเครือข่าย LAN , MAN และ WAN ทำให้คอมพิวเตอร์ สามารถสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูล ระยะไกลได ้โดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ทางด้านการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีการให้บริการต่าง ๆ มากมาย เช่น การโอนย้ายไฟล์ข้อมูล การใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) การสืบค้นข้อมูล (Serach Engine)
4. สามารถประยุกต์ใช้ในงานด้านธุรกิจได้ (ฺBusiness Applicability) 
    องค์กรธุรกิจ มีการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ เช่น เครือข่ายของธุรกิจธนาคาร ธุรกิจการบิน ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจหลักทรัพย์ สามารถดำเนินธุรกิจ ได้อย่างรวดเร็ว ตอบสนองความพึงพอใจ ให้แก่ลูกค้าในปัจจุบัน เริ่มมีการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย Internet เพื่อทำธุรกิจกันแล้ว เช่นการสั่งซื้อสินค้า การจ่ายเงินผ่านระบบธนาคาร
5. ความประหยัด
    นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า อย่างเช่นในสำนักงานหนึ่งมีเครื่องอยู่ 30 เครื่อง หรือมากกว่านี้ ถ้าไม่มีการนำระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาใช้ จะเห็นว่าต้องใช้เครื่องพิมพ์อย่างน้อย 5 - 10 เครื่อง มาใช้งาน แต่ถ้ามีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาใช้แล้วละก้อ ก็สามารถใช้อุปกรณ์ หรือเครื่องพิมพ์ประมาณ 2-3 เครื่องก็พอต่อการใช้งานแล้ว เพราะว่าทุกเครื่องสามารถเข้าใช้เครื่องพิมพ์เครื่องใดก็ได้ ผ่านเครื่องอื่น ๆ ที่ในระบบเครือข่ายเดียวกัน
6.ความเชื่อถือได้ของระบบงาน
    นับเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจ ถ้าทำงานได้เร็วแต่ขาดความน่าเชื่อถือก็ถือว่าใช้ไม่ได้ ไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นเมื่อนำระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มาใช้งาน ทำระบบงานมีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือของข้อมูล เพราะจะมีการทำสำรองข้อมูลไว้ เมื่อเครื่องที่ใช้งานเกิดมีปัญหา ก็สามารถนำข้อมูลที่มีการสำรองมาใช้ได้ อย่างทันที


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆและรูปภาพสวยๆด้วยนะคะ
https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiGhUKCdzWyxEuXnDABH2SATF5b8EtjUnMOSzB6jeSpFRQSehq1Stq6iZ1r6SvVyhrxTNYXSNJ7g6OnRm9x57HBt6A5jBCJyfcJUCyDc1asR54qyjxaS82Gl-ApBrssOhuaQJTLFPPi4yc/s1600/data-brain-e1338974487390.jpg
http://csmju.jowave.com/cs100_v2/lesson4-2.html
https://blog.eduzones.com/banny/3478
http://thidarat123.blogspot.com/2012/01/blog-post_17.html
http://www.centralitcity.com/?cid=1621292&a_action=article_view&groupArticleId=1479&articleTopicId=2870
https://suparug.files.wordpress.com/2012/07/4image25.jpeg
http://www.wimut.ac.th/61/22/421.jpg
http://www.thaigoodview.com/files/u38094/Bus_Topology.gif
http://www.wimut.ac.th/61/22/423.jpg
http://www.ro.ac.th/mongkolro/scoretest2/image/sendatastar.jpg
http://www.wimut.ac.th/61/22/425.jpg
https://sites.google.com/site/kruyutsbw/4-4-kherux-khay-khxmphiwtexr
และหนังสือแบบเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร